ฟิลิปปินส์คือหมู่เกาะในทะเลเขตร้อนที่มีเกาะมากถึง 7,641 เกาะ ตั้งแต่หาดทรายขาวระดับโลก น้ำทะเลสีเทอร์ควอยซ์ ไปจนถึงหน้าผาหินปูนที่สวยตะลึง สำหรับคนไทยที่กำลังวางแผนไปเที่ยวครั้งแรกในปี 2026 ข่าวดีคือเดินทางง่ายมาก มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า และคนท้องถิ่นพูดภาษาอังกฤษได้อย่างกว้างขวาง คู่มือฉบับนี้จะพาคุณไปรู้จักทุกเรื่องที่ต้องเตรียม ตั้งแต่วีซ่า เงิน ซิม การเดินทางภายในประเทศ เกาะที่ห้ามพลาด ช่วงเวลาที่ควรไป งบประมาณ ไปจนถึงเรื่องความปลอดภัย เพื่อให้ทริปแรกของคุณราบรื่นและคุ้มค่าที่สุด
ข้อมูลด่วนก่อนออกเดินทาง
ก่อนลงรายละเอียด นี่คือข้อมูลสำคัญที่คุณควรรู้แบบสรุปรวดเดียว
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| จำนวนเกาะ | 7,641 เกาะ |
| สกุลเงิน | เปโซฟิลิปปินส์ (PHP) โดย 1 บาท เท่ากับประมาณ 1.6 เปโซ |
| วีซ่าสำหรับคนไทย | ไม่ต้องขอล่วงหน้า อยู่ได้ 30 วัน (แนะนำให้ตรวจสอบล่าสุดก่อนไป) |
| ภาษา | ฟิลิปิโนและอังกฤษ พูดอังกฤษได้กว้างขวางมาก |
| สนามบินหลัก | มะนิลา (MNL) และเซบู (CEB) |
| ปลั๊กไฟ | Type A/B/C แรงดัน 220V (ปลั๊กไทยส่วนใหญ่ใช้ได้) |
| ช่วงเวลาที่ดีที่สุด | ธันวาคม ถึง กุมภาพันธ์ (ฤดูแล้ง) |
| เขตเวลา | GMT+8 (เร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง) |
วีซ่าและเอกสารเข้าเมือง
ข่าวดีสำหรับนักเดินทางไทยคือคุณไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า โดยส่วนใหญ่สามารถเข้าประเทศได้และพำนักได้นานถึง 30 วัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกฎการเข้าเมืองอาจมีการเปลี่ยนแปลง เราแนะนำอย่างยิ่งให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับสถานทูตฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทยหรือสายการบินก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
สิ่งที่คุณต้องเตรียมให้พร้อมมีดังนี้
- หนังสือเดินทาง ที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง
- ตั๋วเครื่องบินขาออก (onward/return ticket) เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมักขอดูหลักฐานว่าคุณจะเดินทางออกภายในระยะเวลาที่กำหนด
- หลักฐานที่พักและงบประมาณเพียงพอ (บางครั้งอาจถูกขอตรวจ)
หากคุณต้องการอยู่นานเกิน 30 วัน สามารถยื่นขอต่อวีซ่าได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Bureau of Immigration) ภายในประเทศ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ทำได้ไม่ยากนัก
เรื่องเงิน: เปโซ บัตร และตู้ ATM
สกุลเงินของฟิลิปปินส์คือเปโซ (PHP) โดยอัตราแลกเปลี่ยนคร่าว ๆ คือ 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับประมาณ 56 ถึง 58 เปโซ และเมื่อเทียบกับเงินบาท 1 บาทจะได้ประมาณ 1.6 เปโซ กฎเหล็กสำหรับการเที่ยวเกาะคือ พกเงินสดเปโซให้เพียงพอเสมอ
- ในเมืองใหญ่ เช่น มะนิลาและเซบู ร้านอาหาร ห้าง และโรงแรมส่วนใหญ่รับบัตรเครดิต และมีตู้ ATM ทั่วไป
- บนเกาะเล็ก เช่น เอลนีโด (El Nido) หรือเกาะห่างไกล ตู้ ATM มีจำกัดมาก บางแห่งไม่มีเลย และร้านค้าเล็ก ๆ รับเฉพาะเงินสด ควรกดเงินสำรองไว้ตั้งแต่อยู่ในเมืองใหญ่
- ตู้ ATM หลายแห่งคิดค่าธรรมเนียมการถอนต่อครั้ง (ราว 200 ถึง 250 เปโซ) จึงควรถอนครั้งละมาก ๆ เพื่อประหยัด
แนะนำให้แจ้งธนาคารของคุณก่อนเดินทางว่าจะใช้บัตรในต่างประเทศ เพื่อป้องกันบัตรถูกระงับ และควรมีเงินสดสำรองแยกไว้เผื่อฉุกเฉิน หากคุณกำลังมองหาที่พักในฟิลิปปินส์ การจองล่วงหน้าผ่านออนไลน์ด้วยบัตรเครดิตจะช่วยให้ล็อกราคาและไม่ต้องพกเงินสดก้อนใหญ่
ซิมและอินเทอร์เน็ต
การมีอินเทอร์เน็ตติดตัวสำคัญมากสำหรับการเรียก Grab นำทาง และจองที่พัก ผู้ให้บริการหลักคือ Globe และ Smart ซึ่งหาซื้อซิมได้ที่สนามบินและร้านสะดวกซื้อทั่วไป โดยราคาแพ็กเกจข้อมูลอยู่ที่ประมาณ 300 ถึง 700 เปโซต่อสัปดาห์
- ถ้าอยากสะดวก ไม่ต้องเปลี่ยนซิม แนะนำ eSIM เช่น Airalo ซึ่งซื้อและเปิดใช้งานได้ทันทีก่อนออกจากไทย
- สัญญาณในเมืองและแหล่งท่องเที่ยวหลักค่อนข้างดี แต่บนเกาะห่างไกลอาจอ่อนหรือไม่มีสัญญาณเลย ควรดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ไว้ล่วงหน้า
- WiFi มีตามโรงแรมและคาเฟ่ แต่ความเร็วไม่แน่นอน จึงควรมีเน็ตของตัวเองสำรองไว้
การเดินทางภายในประเทศ
เพราะฟิลิปปินส์เป็นหมู่เกาะ การวางแผนการเดินทางระหว่างจุดหมายจึงสำคัญมาก ตัวเลือกหลักมีทั้งเครื่องบินภายในประเทศ เรือเฟอร์รี และการเดินทางท้องถิ่นที่มีสีสัน
| ประเภท | ราคาโดยประมาณ (เปโซ) | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| เที่ยวบินภายในประเทศ (Cebu Pacific / PAL / AirAsia) | 1,500 - 5,000 | เดินทางข้ามเกาะไกล ๆ ประหยัดเวลา |
| เรือเฟอร์รี | 200 - 2,500 | ข้ามระหว่างเกาะที่อยู่ใกล้กัน |
| Grab (แอปเรียกรถ) | ตามระยะทาง | เดินทางในเมืองใหญ่อย่างมะนิลาและเซบู |
| Jeepney | 13 - 50 | เดินทางระยะสั้นในท้องถิ่น ราคาถูกที่สุด |
| Tricycle (สามล้อ) | 50 - 200 | ระยะสั้นในเมืองเล็กและเกาะ |
เคล็ดลับคือ จองตั๋วเครื่องบินภายในประเทศล่วงหน้าเพื่อได้ราคาถูก และเผื่อเวลาต่อเครื่องให้เยอะ เพราะเที่ยวบินอาจล่าช้าจากสภาพอากาศได้ ในเมืองใหญ่ Grab เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและโปร่งใสเรื่องราคา ส่วน jeepney และ tricycle เป็นประสบการณ์ท้องถิ่นสุด ๆ ที่ควรลองสักครั้ง
เกาะที่ต้องไปสำหรับมือใหม่
ด้วยเกาะกว่า 7,000 แห่ง การเลือกจุดหมายอาจน่าปวดหัว นี่คือเกาะยอดนิยมที่เหมาะกับนักเดินทางครั้งแรกมากที่สุด
- ปาลาวัน (Palawan) ราชินีแห่งเกาะฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะ เอลนีโด (El Nido) ที่มีทัวร์ล่องเรือชมลากูนหินปูน และ โครอน (Coron) สวรรค์ของนักดำน้ำและซากเรือใต้ทะเล
- เซบู (Cebu) ประตูสู่ภาคกลาง มีน้ำตกคาวาซาน (Kawasan Falls) สีฟ้าครามและว่ายน้ำกับฉลามวาฬที่ออสล็อบ
- โบโฮล (Bohol) บ้านของ Chocolate Hills เนินเขาสีช็อกโกแลตอันเลื่องชื่อ และลิงทาร์เซียร์ตัวจิ๋ว
- เซียร์เกา (Siargao) เมืองหลวงแห่งการเล่นเซิร์ฟ บรรยากาศชิลล์ ๆ สำหรับคนรักทะเลและปาร์ตี้สงบ
- โบราเคย์ (Boracay) เจ้าของหาดทรายขาวละเอียดระดับโลก (White Beach) เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งชายหาดสวยและร้านอาหารครบครัน
สำหรับทริปแรก 7 ถึง 10 วัน เราแนะนำให้เลือก 2 จุดหมาย เพื่อไม่ให้เสียเวลากับการเดินทางมากเกินไป เช่น เซบูคู่กับโบโฮล หรือปาลาวันเดี่ยว ๆ คุณสามารถดูจุดหมายปลายทางยอดนิยมทั้งหมด เพื่อวางแผนเส้นทางที่เหมาะกับคุณ และเลือกกิจกรรมและทัวร์ อย่างการล่องเรือเกาะหรือดำน้ำได้ล่วงหน้า
ช่วงเวลาที่ควรไปและสภาพอากาศ
ฟิลิปปินส์มี 2 ฤดูหลัก คือฤดูแล้งและฤดูฝน การเลือกช่วงเวลาที่ถูกต้องส่งผลต่อคุณภาพทริปอย่างมาก
- ธันวาคม ถึง กุมภาพันธ์ (ฤดูแล้ง) ช่วงที่ดีที่สุด อากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าแจ่มใส ทะเลสงบ เหมาะกับการเที่ยวเกาะและกิจกรรมทางน้ำ แต่เป็นช่วงไฮซีซั่นที่คนเยอะและราคาสูง
- มีนาคม ถึง พฤษภาคม ร้อนและแห้ง ทะเลยังสวย แต่แดดแรง
- มิถุนายน ถึง พฤศจิกายน (ฤดูฝน) มีฝนตกและมรสุม โดยเฉพาะช่วง กรกฎาคมถึงตุลาคม เป็นฤดูไต้ฝุ่นที่ควรระวัง เที่ยวบินและเรืออาจถูกยกเลิกได้ ข้อดีคือราคาถูกและคนน้อย
หากคุณต้องไปช่วงฤดูฝน ควรติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด ทำประกันการเดินทาง และเผื่อเวลาในแผนไว้เสมอ
งบประมาณต่อวันและค่าใช้จ่าย
ฟิลิปปินส์เป็นจุดหมายที่ยืดหยุ่นเรื่องงบ ตั้งแต่แบ็คแพ็คสุดประหยัดไปจนถึงรีสอร์ทหรู นี่คือตัวเลขคร่าว ๆ ต่อวัน (เป็นดอลลาร์สหรัฐ)
| สไตล์การเที่ยว | งบต่อวัน (USD) | ครอบคลุม |
|---|---|---|
| แบ็คแพ็คเกอร์ | 25 - 40 | หอพัก/เกสต์เฮาส์ อาหารท้องถิ่น รถสาธารณะ |
| ระดับกลาง | 60 - 110 | โรงแรมดี ๆ ทัวร์ ร้านอาหารดี ๆ เที่ยวบินภายในประเทศ |
| ระดับหรู | 150 ขึ้นไป | รีสอร์ทหรู ทัวร์ส่วนตัว บริการระดับพรีเมียม |
ค่าใช้จ่ายที่มักถูกลืมคือค่าทัวร์ล่องเรือเกาะ (island hopping) ค่าธรรมเนียมสิ่งแวดล้อมในบางพื้นที่ และค่าเที่ยวบินภายในประเทศ ควรบวกเผื่อไว้ในงบ ดูเคล็ดลับและคู่มือเที่ยวเชิงลึกเพิ่มเติม เพื่อวางแผนงบให้แม่นยำยิ่งขึ้น
ความปลอดภัยและเคล็ดลับสำหรับมือใหม่
โดยรวมแล้วแหล่งท่องเที่ยวหลักของฟิลิปปินส์ปลอดภัยและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว คนท้องถิ่นอบอุ่นและพูดภาษาอังกฤษได้ ทำให้การสื่อสารง่ายมาก อย่างไรก็ตาม ควรใช้สามัญสำนึกเช่นเดียวกับการเที่ยวที่อื่น
- ระวังของมีค่าในที่คนพลุกพล่านและตลาด เก็บกระเป๋าให้มิดชิด
- ใช้ Grab หรือแท็กซี่ที่มีมิเตอร์ในเมือง หลีกเลี่ยงการต่อรองราคาที่คลุมเครือ
- ดื่มน้ำขวดปิดสนิท และระวังอาหารทะเลดิบหากท้องไม่แข็งแรง
- ทำประกันการเดินทางที่ครอบคลุมกิจกรรมทางน้ำและการรักษาพยาบาล
- เคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่งกายสุภาพเมื่อเข้าโบสถ์หรือชุมชน
- ตรวจสอบข่าวสารพื้นที่ก่อนไปยังบางภูมิภาคที่ห่างไกล
ด้วยการเตรียมตัวที่ดี ทริปแรกในฟิลิปปินส์ของคุณจะเต็มไปด้วยความประทับใจ ทั้งทะเลสวย อาหารอร่อย และรอยยิ้มของผู้คน
คำถามที่พบบ่อย
คนไทยต้องขอวีซ่าไปฟิลิปปินส์ไหม
โดยทั่วไปคนไทยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้าและสามารถพำนักได้ 30 วัน แต่ต้องมีหนังสือเดินทางอายุเหลือเกิน 6 เดือนและตั๋วเครื่องบินขาออก เนื่องจากกฎอาจเปลี่ยนแปลง แนะนำให้ตรวจสอบกับสถานทูตหรือสายการบินก่อนเดินทางทุกครั้ง
มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปฟิลิปปินส์ไหม
มี เส้นทางกรุงเทพฯ ไปมะนิลามีสายการบินให้บริการหลายเจ้า เช่น Thai Airways, Philippine Airlines (PAL), Cebu Pacific และ AirAsia ใช้เวลาบินประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง
ควรพกเงินสดเท่าไรและใช้บัตรได้ไหม
ในเมืองใหญ่ใช้บัตรและมีตู้ ATM ทั่วไป แต่บนเกาะเล็กควรพกเงินสดเปโซให้เพียงพอ เพราะตู้ ATM มีจำกัดและร้านค้าเล็กรับเฉพาะเงินสด แนะนำให้กดเงินสำรองไว้ตั้งแต่อยู่ในเมือง
ควรไปฟิลิปปินส์ช่วงไหนดีที่สุด
ช่วงที่ดีที่สุดคือธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นฤดูแล้ง อากาศดี ทะเลสงบ ควรเลี่ยงช่วงกรกฎาคมถึงตุลาคมที่เป็นฤดูไต้ฝุ่น เพราะเที่ยวบินและเรืออาจถูกยกเลิก
เกาะไหนเหมาะกับการไปครั้งแรกที่สุด
สำหรับมือใหม่ ปาลาวัน (เอลนีโด/โครอน) เซบู และโบโฮล เป็นตัวเลือกยอดนิยมที่เดินทางสะดวกและมีกิจกรรมครบ หากมีเวลา 7 ถึง 10 วัน แนะนำให้เลือกเพียง 2 จุดหมายเพื่อไม่เสียเวลาเดินทางมากเกินไป
ต้องพูดภาษาอังกฤษได้ไหมถึงจะเที่ยวได้
ไม่ต้องเก่งมากก็เที่ยวได้ เพราะคนฟิลิปปินส์พูดภาษาอังกฤษได้อย่างกว้างขวาง ป้ายบอกทางและเมนูส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ ทำให้การสื่อสารและเดินทางง่ายกว่าหลายประเทศในภูมิภาค
